Lanna Architecture Center
Faculty of Architecture, Chiang Mai University
Tel: 0 5327 7855, 0 5394 2806-7 Fax: 0 5322 1448


วัฒนธรรมและประเพณี > ธันวาคม


ประเพณีเกี่ยวข้าวเอาเฟือง

เมื่อ ข้าวในนาที่ปลูกไว้สุกมีสีเหลืองทองเต็มท้องทุ่ง ก็จะเป็นฤดูเก็บเกี่ยวซึ่งบ้างเรียกว่า “เกี่ยวข้าวเอาเฟือง” คือการเก็บเกี่ยวข้าวและฟางข้าวเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ การเกี่ยวข้าวเอาเฟืองนี้จะเริ่มกันตั้งแต่ประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนเป็นต้น ไป ชาวบ้านจะเอามื้อหรือเอาวัน คือการลงแขกคือผลัดกันไปช่วยเกี่ยวข้าวในแปลงนาของเพื่อนบ้านให้เสร็จเป็น ราย ๆไป ในการเกี่ยวข้าวนั้น นิยมเกี่ยวข้าวเรียงคนให้เป็นหน้ากระดานเสร็จเป็นแต่ละกระทงนาไป วิธีการเกี่ยวข้าวของชาวเหนือนี้จะเกี่ยวต่ำ คือเกี่ยวเอาต้นข้าวไว้ยาว เมื่อเกี่ยวเต็มกำมือก็วางไว้กับตอข้าวที่เกี่ยวแล้วเรียกข้าวที่วางไว้ ๑ กำมือนี้ว่า “ข้าวเฟ่า” เมื่อเกี่ยวแล้วทิ้งไว้ประมาณ ๓-๕ วันแล้ว ก็จะเก็บเอาข้าวเฟ่ามากองรวมกันเป็นกอง ๆ เรียกว่า “กองข้าว” เพื่อรอการตีอีกประมาณ ๑-๒ สัปดาห์ถัดมา ในการตีข้าวนั้น ชาวบ้านอาจมา “เอามื้อเอาวัน” เช่นกัน แต่มักจะมีจำนวนคนน้อยกว่าการเก็บเกี่ยวข้าว เพราะการตีข้าวใช้ผู้ชายเท่านั้นเป็นคนตี

การตีข้าวหรือนวดมีข้าว ๒ แบบ แบบแรกคือ ตีกับครุคือภาชนะสานด้วยไม้ไผ่ก้นแคบปากกว้างขนาดใหญ่โดยเมื่อตีข้าวเสร็จ เป็นจุด ๆ ก็จะมีการตักข้าวออกจากครุ เรียกว่า “โจ้ข้าว” แล้วขนลากไปเก็บที่ยุ้งฉาง จากนั้นก็จะย้ายครุไปตามกองข้าวอื่นตีข้าวจนหมด แบบที่สอง เป็นการตีกับลานนวดข้าวเรียกว่า “ตาลาง” ซึ่งการตีข้าวแบบหลังนี้ ก่อนที่จะมีการตีข้าวต้องจัดเตรียมตาลาง โดยการตัดหรือถอนตอข้าวออกเป็นบริเวณกว้าง ใช้เสื่อที่เรียกว่า สาดกะลาปูไว้ตรงกลาง บริเวณ ๔ มุมของตาลางมีไม้ไผ่ลงคาถา “นะโมตาบอด” ปักไว้ ทั้ง ๔ ทิศส่วนปลายของเสาแยกไม้ให้เป็นซีกแล้วสานให้เป็นซองปากกว้าง ข้างในวางจานใส่เครื่องเซ่นบูชาแม่โพสพ บนปากซองผูกรวงข้าวไว้ ๑ รวง การที่ลงอักขระคาถา”นะโมตาบอด” นี้ก็เพื่อป้องกันผีมาขโมยเอาข้าวไปเรียกกันว่า ข้าวหาย

สำหรับเฟืองหรือฟางข้าวนั้น ที่ได้จากการตีข้าวแล้วนั้น ก็จะใช้ตอกมัดเป็นมัด ๆ ขนย้ายไปเก็บที่ ค้างเฟือง หรือโรงเรือนที่เก็บฟางข้าวต่อไป แต่ในกรณีที่พ่อนาไม่ประสงค์จะเก็บเอาฟางไป ก็อาจใช้ฟางปูทับบนแปลงปลูกพืชอย่างหอมหรือกระเทียม เป็นต้น ส่วนผู้ที่ปลูกถั่วเหลืองนั้น ก็อาจโรยฟางให้ทั่วแปลงนาแล้วจุดไฟเผาเพื่อกำจัดแมลงศัตรูพืช และเพื่อใช้ขี้เถ้าฟางนั้นเป็นปุ๋ยต่อไป การเกี่ยวเข้าเอาเฟืองนี้ ทุกบ้านต้องให้เสร็จก่อนวัน เพ็ญ เดือน ๔ เหนือ เมื่อนำข้าวเปลือกขึ้นสู่ยุ้งฉางแล้ว เจ้าของบ้านจะยังไม่ตำหรอสีกินก่อนที่จะได้นำไปทำบุญข้าวใหม่เสียก่อน เรียกว่า ทานขันเข้าใหม่เพื่ออุทิศกุศลไปถึงเทวดาขุนน้ำมีขุนหลวงบ่าลังคะเป็นต้น อุทิศถึงปู่ย่าตายาย พ่อแม่ที่เป็นเจ้าของไร่ของนามาแต่เดิม มีการนำข้าวใหม่มาทำข้าวจี่และข้าวหลามไปทำบุญถวายพระ และจะมีการนำข้าวใหม่ทั้งข้าวสารและข้าวเปลือก ไปทำทานในพิธีกรรมที่เรียกว่า ทานข้าวล้นบาตร หรือหล่อข้าวบาตร หรือทานดอยข้าวสำหรับให้ภิกษุสามเณรไว้ฉันที่วัด เมื่อเสร็จจากการนำข้าวไปหล่อบาตรแล้ว ชาวบ้านจะกลับมานำเอา ขันดอกไม้ ข้าวปลาอาหารชุดเดียวกับที่นำไปทานข้าวใหม่ไปรวมกันในวิหาร เพื่อทำพิธีทำบุญตักบาตรตามปกติ มีการไหว้พระรับศีล อาจารย์จะกล่าวคำโอกาสการทำบุญข้าวใหม่และข้าวล้นบาตร มีการเล่าขั้นตอนในการทำนาเริ่มตั้งแต่ปลูกข้าว จนถึงการเก็บเกี่ยว

Reference : http://www.lannaworld.com/believe/keepkaow.htm