Lanna Architecture Center
Faculty of Architecture, Chiang Mai University
Tel: 0 5327 7855, 0 5394 2806-7 Fax: 0 5322 1448


วัฒนธรรมและประเพณี > มกราคม


ประเพณีทานหลัวหิงไฟพระ

“หลัว” คือ ฟืนที่นำมาเป็นเชื้อก่อไฟ
“หิง” คือ การผิง ล้านนาไทยเรียกการผิงไฟว่าหิงไฟ

เหตุที่เกิดประเพณี

  1. พระสงฆ์ต้องการทำเป็นพุทธบูชา มีความเชื่อในลักษณะสมมุติว่า พระพุทธรูปก็หนาวเหมือนกันจึงทำหลัวฟืนมาจุดไฟให้ผิง เพื่อให้คลายหนาว
  2. ต้องการให้ประชาชนศรัทธาที่มาทำบุญได้ถือโอกาสผิงไฟ ผ่อนคลายความหนาว เพราะได้รับไออุ่นจากไฟ
  3. สร้างศรัทธาความเชื่อให้เกิดขึ้นแก่ประชาชน เพื่อจะช่วยกันสร้างสรรค์วัดวาอารามให้เจริญรุ่งเรืองขึ้น
  4. สร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นแก่พระสงฆ์ และศรัทธาประชาชนให้พร้อมกันจัดทำ
  5. สร้างสัญญาณในการตื่นขึ้นเพื่อเตรียมอาหารและไทยทาน นึ่งข้าว หุงข้าว ตั้งแต่เช้าเพื่อจะได้มาวัดพร้อมเพรียงกัน

วิธีการทำหลัวหิงไฟพระเจ้า
เมื่อถึงเทศกาล เจ้าอาวาสของวัดจะสั่งให้พระภิกษุสามเณรลูกศิษย์ของท่านไปหาหลัวหรือฟืนตาม ป่า เลือกเอาไม้ที่มีสีขาวให้ถ่านดี ทนทาน ไม่แตกเวลาก่อไฟ และหาได้ง่ายในท้องถิ่น ไม้ที่นิยมเอามาทำเป็นฟืนสำหรับผิงพระพุทธเจ้านั้น คือ

  1. ไม้คนทา หรือไม้ชิงชี่ เป็นไม้ลักษณะเป็นเถาและเนื้อในสีขาว ขึ้นในป่าบริเวณป่าละเมาะใกล้เชิงเขา
  2. ไม้โมกมัน หรือมูกมัน เป็นไม้ยืนต้น เนื้ออ่อน สีขาว
  3. ไม้โชค หรือสะคร้อ เป็นไม้ยืนต้นผลกินได้ เป็นไม้ในสีขาว ให้ถ่านดีมาก ชาวบ้านนิยมนำมาเผาถ่าน
  4. ไม้มะขาม เป็นไม้ยืนต้นข้างในสีขาว นิยมรานกิ่งลงมาเหลือแต่ต้นไว้ เพื่อให้ออกกิ่งใหม่ เป็นไม้เนื้อในสีขาว

กรรมวิธีทำหลัว

  1. ตัดไม้ลงมากองไว้ในลานกว้าง
  2. ถากเอาเปลือกไม้ออกทุกส่วน
  3. ตัดทอนให้ได้ขนาดยาว 1 วา
  4. ไม้ขนาดเล็กยาว 1 ศอก
  5. นับไม้เท่าพระชนม์ของพระพุทธเจ้า 80 ดุ้น
  6. ผูกไว้เป็นมัดๆ ตามขนาด

จากนั้นช่วยกันแบกหามเข้าสู่วัดนำมาไว้ที่ลานข้างวิหาร หรือที่ล้านนาเรียกว่า “ข่วงแก้วทังสาม” “ข่วงแก้วอาราม” แล้วจัดการสุมกองหลัว คือ ทำเป็นซุ้มสองกองไว้ เอาไม้ขนาดเล็กสุมข้างใน เอาไม้ขนาดใหญ่สุมข้างนอก เรียงกันเป็นวงกลม ขนาด 1 วา มีการใส่ “หมากสะโพก” ไม้ประทัด หรือไม้ระเบิด สอดเข้าไปด้วย สะโพกหรือไม้ระเบิดนี้ใช้ไม้ไผ่ซาง หรือไม้บงตัดปิดหัวท้ายเป็นท่อน อาจเป็น 2 ท่อนบ้าง 3 ท่อนบ้าง ใส่สะโพกประมาณ 4-5 ชุด เตรียมไว้สำหรับเผาต่อไป

การเผาบูชา
เวลาประมาณตีสี่ตีห้า สมภารหรือเจ้าอาวาส จะเป็นผู้จุดก่อกองไฟหลัวหิงไฟพระเจ้าขึ้นเป็นคนแรกพร้อมกับให้ตีฆ้อง 3 รา เพื่อประกาศแก่ประชาชนที่อยู่ตามบ้านเรือนให้ได้ยินเสียงและร่วมอนุโมทนา ด้วย หลังจากการก่อกองไฟหลัวหิงไฟพระเจ้าไปสักพัก เมื่อไฟติดลุกโพลงขึ้นจะเผาลนไม้ไผ่ที่ตัดซุกไว้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดัง ตูมตาม จะเป็นเครื่องเตือนให้ประชาชนผู้หลับใหลให้ตื่นขึ้นมาหุงต้ม นึ่งข้าวนึ่งปลา เตรียมอาหารมาวัด กินกันทุกครัวเรือน

Author : มณี พยอมยงค์
Reference : มณี พยอมยงค์. 2537. ประเพณีสิบสองเดือนล้านนาไทย. เชียงใหม่ : ส.ทรัพย์การพิมพ์.