Lanna Architecture Center
Faculty of Architecture, Chiang Mai University
Tel: 0 5327 7855, 0 5394 2806-7 Fax: 0 5322 1448


วัฒนธรรมและประเพณี > มิถุนายน


ประเพณีเข้าอินทขิล

อินทขิล ตามคำอธิบายในพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถานว่า “เสาหรือหลักหน้าประตูเมือง,หลักเมือง, เสาเขื่อน” ในหนังสือตำนานเมืองเชียงใหม่เรียกว่า เสาสะดือเมือง หรือเสาอินทขิล สำหรับเสาหลักเมืองนครเชียงใหม่ปัจจุบันตั้งอยู่ในบริเวณวัดเจดีย์หลวง (โชติการาม) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพระอารามที่สถาปนาขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าลักขบุราคม (แสนเมืองมา) กษัตริย์รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์มังราย วัดนี้ได้รับพระราชทานนามว่า วัดโชติการาม เป็นพระอารามหลวงที่ตั้งอยู่กลางเมือง มีพระเจดีย์ใหญ่กว่าวัดทุกวัดในนครพิงค์ ซึ่งได้รับการสร้างเสริมในรัชสมัยของพระเจ้าติโลกมหาราช ใน พ.ศ. 1995 – 2030 และเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตในรัชกาลนี้ เป็นเวลานานถืง 80 ปี

พระอารามแห่งนี้ได้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1955 เสาอินทขิล ตั้งอยู่ในมณฑปจตุรมุขวิหาร ด้านใต้เป็นเสาที่ก่ออิฐถือปูนและประดับลวดลายสวยงามตั้งอยู่ตรงใจกลางมณฑป ใช้เป็นที่วางพานครูและเป็นเครื่องสักการะกราบไหว้ของชาวเมืองตลอดมา

เสาอินทขิลหรือเสาสะดือเมืองนี้แต่เดิมประดิษฐานอยู่ ณ วัดสะดือเมือง หรือ วัดอินทขิล ซึ่งเป็นที่ตั้งหอประชุมติโลกราชข้างศาลากลางเก่าและอนุสาวรีย์ 3 กษัตริย์ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางนครเชียงใหม่จึงมีชื่อว่า “สายดือเมือง” โดยเรียกชื่อตามลักษณะของมนุษย์ซึ่งนับเอาสะดือเป็นตรงกลางของร่างกาย ชื่อนี้จึงมีความหมายดีมากในการกำหนดสถานที่ตรงกลางนครเป็นวัดของชาวเมือง ซึ่งเรียกกันว่า “วัดสะดือเมือง” หรือ “วัดอินทขิล”

ในสมัยพระเจ้ากาวิละครองเมืองเชียงใหม่ ได้ให้ย้ายเสาอินทขิลจากวัดนี้ไปไว้ยังวัดโชติการาม (เจดีย์หลวง)โดยบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2343 เสาอินทขิลเป็นเสาหลักเมืองคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ เป็นที่เคารพสักการะและนับถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่รวมวิญญาณของชาวเมืองและบรรพ บุรุษในอดีต เป็นปูชนียสถานสำคัญแห่งหนึ่งของนครเชียงใหม่ มีประเพณีเข้าอินทขิลเพื่อกราบไหว้สักการเรียกว่า ประเพณีเข้าอินทขิล ทุกปี

พิธีกรรมเข้าอินทขิล
ในสมัยโบราณ การทำพิธีสัการบูชาเสาอินทขิลเป็นประจำปี และทำกันตอนปลายเดือน 8 เหนือ ถึงต้นเดือน 9 เหนือ (เดือน 6-7 ภาคกลาง) ในวันเริ่มพิธีเข้าอินทขิลนั้น ชาวบ้านชาวเมืองทั้งหลาย เฒ่าแก่หนุ่มสาวจะพากันนำเอาดอกไม้ ธูปเทียน น้ำขมิ้นส้มป่อย ใส่ขันพานหรือภาชนะนำไปทำการโสรจสรง สักการบูชา การทำพิธีดังกล่าวนี้ มักจะเริ่มทำในวันจันทรคติ แรม 13 ค่ำ เดือน 8 เหนือ และวันสุดท้ายทำพิธีออกอินทขิลและบูชาสืบชะตาเมืองเมื่อวันขึ้น 4 ค่ำ เดือน 9 เหนือ เป็นประจำทุกปี จึงเรียกกันในกลุ่มชาวเมืองเชียงใหม่ว่า “เดือน 8 เข้า เดือน 9 ออก”

ในการทำพิธี บรรดาพ่อหมอพฤฒาจารย์ทั้งหลายจะมาสักการขึ้นครูหรือสักการะครู ณ ที่นี้ ถือเป็นเสาเป็นหลักแห่งการยกครู ไหว้ครู ดังนั้นเมื่อพ่อครูทำการไว้สักการะเสาอินทขิลแล้ว ครูซอทั้งหลายจะเอาลูกศิษย์มาซอ เพื่อเป็นเครื่องสักการะแด่ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษต่ออาฮัก เจนบ้านเจนเมือง ส่วนผู้ชายจะมาฟ้อนหอก ฟ้อนดาบ ถวายเทพาอารักษ์ เสื้อบ้าน เสื้อเมือง หรือเจนบ้านเจนเมือง เมื่อถึงกำหนดทุกปี ช่างซอทั้งหลายจะพากันมากราบไหว้พร้อมกับพ่อครู หลังจากไหว้แล้ว ก็จะทำการซอฉลอง เรียกว่า “ซออุ่มงัน” แม้จะอยู่ห่างไกลเพียงไร ก็พากันมารวมกันที่เสาอินทขิล ผลัดกันซอเป็นพลีกรรมถวาย ถือว่าจะเกิดความสุขสวัสดีแก่ตนเองและแก่บ้านเมือง

Author : มณี พยอมยงค์
Reference : มณี พยอมยงค์. 2537. ประเพณีสิบสองเดือนล้านนาไทย. เชียงใหม่ : ส.ทรัพย์การพิมพ์.